คราวนี้แอบมาอัพอะไรมีสาระกันหน่อย
พอดีอาจารย์ที่ม.ที่มาเรียนอยู่ตอนนี้แกจ้างแปลตำนานปรัมปราของญี่ปุ่น ที่คิดว่าอาจจะมีใครหลายคน (หรือไม่หลาย? ไม่แน่ใจ) รู้จักหรือเคยได้ยินชื่อกันมาบ้าง
ตำนานปรัมปราที่ว่านั่นก็คือ โคะจิกิ เป็นตำนานเกี่ยวกับการสร้างประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่สมัยเทพรุ่นโบราณกวนทะเลโคลน ให้กำเนิดเกาะญี่ปุ่น อะไรทำนองนั้น จนถึงกำเนิดจักรรพรรดิองค์แรก และผลงาน วีรกรรมต่างของจักรพรรดิรุ่นแรกๆ
ใครที่เคยอ่านหรือเคยเรียนเกี่ยวกับโคะจิกิมาก็คงเข้าใจดีว่าทำไมจักรพรรดิญี่ปุ่นถึงถูกเรียกว่าลูกของเทพพระอาทิตย์ ทำไมราชวงศ์ญี่ปุ่นถึงได้ชื่อว่าสืบเชื้อสายมาจากเทพพระอาทิตย์ บลาๆๆ ทำนองนั้น
ก็ไม่มีอะไรมาก สรุปคือไม่มีอะไรจะอัพ (สารภาพ) เลยเอางานที่แปลให้อาจารย์มาแปะบล็อคเล่น เผื่อมีใครอ่านแล้วได้ความรู้ ความสนใจใหม่ๆขึ้นมามั่ง เท่านั้นล่ะค่ะ
ปล. ส่วนที่เราแปลมีแค่ส่วนตำนานเทพ ถึงตรงที่หลานของอามาเทราสึลงไปปกครองพื้นโลก (โคะจิกิเล่มแรก) เท่านั้นนะคะ และจะค่อยๆทยอย
---------------------------------------------------------------------

บทที่หนึ่ง บทกำเนิดประเทศ (国生み神話) 

ตำนานเทพของญี่ปุ่น เช่น “โคะจิกิ”(古事記) หรือ “นิฮงโชะกิ” (日本書紀) จะเริ่มด้วยบทสร้างฟ้าดินที่อธิบายกำเนิดของโลก

โลกนั้น เริ่มแรกมีสภาพผสมปนเป ไม่มีการแบ่งแยก (เช่น แยกเพศชายหญิง แยกฟ้ากับดิน) และไม่มีรูปร่าง (เรียกว่าเป็น混沌) จนวันหนึ่ง เกิดการเคลื่อนไหวในความไร้รูปร่าง (混沌) นั้น แล้วฟ้ากับดินก็แยกจากกัน ถึงจะเรียกว่าแผ่นดิน แต่ตอนนั้นก็ยังเป็นเพียงทะเลโคลน หาได้มีรูปร่างเป็นพื้นดินที่รู้จักกันทั่วไปไม่ ดูแล้วเหมือนน้ำมันลอยบนผิวน้ำ หรือแมงกะพรุนที่ลอยไปมาเท่านั้น ในช่วงเดียวกันนี้ เหล่าเทพก็ถือกำเนิดขึ้นด้วย เทพเหล่านั้นค่อยๆผุดจากทะเลโคลนเหมือนต้นกกแทงยอดอ่อนขึ้นบนผิวน้ำ การกำเนิดของเทพเหล่านี้มีความหมายว่าแผ่นดินจะแข็งตัวขึ้นเรื่อยๆนั่นเอง

จากนั้นเทพต่างๆก็กำเนิดตามมาเรื่อยๆ และจบที่เทพสององค์สุดท้ายคือเทพชายอิซานากิกับเทพธิดาอิซานามิ เหล่าเทพอาศัยบนฟ้า และเรียกฟ้านั้นว่า “ทาคามากาฮาระ” (高天原) เรียกผืนดินที่เป็นแหล่งอาศัยของมนุษย์ว่า “อาชิฮาระ โนะ นาคาสึคุนิ” (葦原中国) ชื่ออาชิฮาระโนะนาคาสึคุนินี้มีความหมายว่าดินแดนแห่งต้นกกสูงชะลูดซึ่งอยู่ระหว่างผืนฟ้า “ทาคามากาฮาระ” กับใต้ดิน “โยมิโนะคุนิ” (黄泉国) นั่นเอง

 

อิซานากิ อิซานามิให้กำเนิดประเทศ

ตอนนั้น ผืนดินยังไม่เป็นปึกแผ่น ได้แต่ลอยไปมาในทะเลโคลน

เหล่าเทพที่อาศัยบนทาคามากาฮาระคิดอยากทำแผ่นดินให้เป็นรูปเป็นร่าง จึงมอบหน้าที่ให้เทพชายหญิงอิซานากิและอิซานามิ พร้อมกันก็มอบ “อาเมะโนะนุโบโกะ” (天の沼矛) หอกซึ่งมีดวงแก้วประดับงดงามให้ด้วย

เมื่อได้รับมอบหน้าที่ อิซานากิ (イザナキノミコト) และอิซานามิ (イザナミノミコト) จึงไปยืนบน “อาเมะโนะอุคิฮาชิ” (天の浮橋) สะพานที่ทอดเชื่อมระหว่างท้องฟ้ากับบนดิน ก่อนจะแทงหอกไปยังโลกเบื้องล่าง และเริ่มกวนน้ำทะเลช้าๆ หลังกวนเสร็จและยกหอกขึ้น น้ำที่หยดจากปลายหอกก็ทับถมกันเป็นก้อน กลายเป็นเกาะในที่สุด เกาะนี้ชื่อว่า “โอโนะโกโระจิมะ” (おのごろ島) เป็นเกาะแรกที่กำเนิดขึ้นบนพื้นโลก

จากนั้น อิซานากิและอิซานามิก็ลงมายังโอโนะโกโระจิมะ ทั้งสองสร้างเสาใหญ่ตั้งตระหง่านสูงไปยังท้องฟ้าขึ้นต้นหนึ่ง ตั้งชื่อเสานั้นว่า “อาเมะโนะมิฮาชิระ” (天の御柱) นอกจากนี้ยังสร้างตำหนักใหญ่ ชื่อ “ยาฮิโระโดโนะ” (八尋殿) เพื่อเป็นที่พักอาศัยระหว่างทำหน้าที่สร้างโลกอีกด้วย

จากนั้น อิซานากิก็ถามอิซานามิว่า

“ร่างกายของเจ้าตอนนี้เติบโตเป็นอย่างไร”

อิซานามิตอบว่า

“ร่างกายของเราเติบโตตามลำดับดี มีเพียงที่เดียวเท่านั้นที่ยังไม่สมบูรณ์”

อิซานามิได้ฟังก็กล่าวว่า

“ร่างกายเราก็เติบโตตามลำดับดี และมีที่หนึ่งที่โตขึ้นมามากเกินไป ดังนั้น หากจะรวมร่างกายของพวกเราเข้าด้วยกันแล้วให้กำเนิดประเทศ เจ้าคิดอย่างไรบ้าง ?”

ดังนั้นแล้ว เทพทั้งสองจึงไปยังอาเมะโนะมิฮาชิระอันศักดิ์สิทธิ์ คนหนึ่งวนรอบเสาจากทางซ้าย คนหนึ่งวนรอบเสาจากทางขวา เมื่อเดินมาพบหน้าก็ส่งเสียงเรียกกัน และให้กำเนิดลูกมากมาย

แรกสุดที่กำเนิดขึ้นคือเกาะอาวาจิชิมะ (淡路島) ตามด้วยเกาะชิโกกุ (四国) เกาะโอคิโนะชิมะ (隠岐の島) เกาะคิวชู (九州) เกาะอิคิโนะชิมะ (壱岐の島) เกาะสึชิมะ (対馬) เกาะซาโดกะชิมะ (佐渡島) และให้กำเนิดเกาะฮนชู (本州) ขึ้นเป็นลำดับที่แปด ด้วยตำนานกำเนิดแปดเกาะนี้ ทำให้ญี่ปุ่นมีชื่อเรียกว่า “โอยะชิมะคุนิ[1]” (大八島国) จากนั้นเทพทั้งสองก็ให้กำเนิดเกาะเล็กๆ เช่น โชโดะชิมะ (小豆島) ขึ้นอีกหกเกาะ

หลังให้กำเนิดประเทศเสร็จก็ให้กำเนิดเทพอีกมากมาย เช่น เทพบ้านเรือน เทพแม่น้ำ เทพทะเล เทพลม เทพไม้ เทพภูเขา เทพทุ่งหญ้า เป็นต้น

ทว่าสุดท้าย หลังให้กำเนิดเทพไฟ “คากุซึจิ” (カグツチ) แล้ว อิซานามิก็ถูกไฟคลอกตาย และออกเดินทางไปยังดินแดนของคนตาย “โยมิโนะคุนิ[2]” (黄泉国)

 

สู่โยมิโนะคุนิ

ความเศร้าโศกของอิซานากิซึ่งต้องเสียภรรยาที่รักไป นับวันมีแต่ยิ่งเพิ่มขึ้น

จนในที่สุด เมื่อทนต่อความรู้สึกว่า “อยากพบหน้าแม้อีกสักครั้งก็ยังดี” ไม่ได้ อิซานากิจึงตัดสินใจเดินทางไปยังโยมิโนะคุนิ

โยมิโนะคุนินั้นอยู่ลึกไปยังใต้ดินอันมืดมิด และผู้มีชีวิตจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าโดยเด็ดขาด

อิซานากิเดินไปตามถนนสายยาวอันมืดมิด จนไปถึงหน้าประตูหินทางเข้าตำหนักโยมิโนะคุนิ ที่นั่น อิซานากิร้องเรียกไปยังด้านหลังของประตูหินว่า

“ภรรยาที่รักของเรา ประเทศที่เรากับเจ้าช่วยกันสร้างยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดีเลย ดังนั้น จงกลับมาหาเราเถิด”

อิซานามิได้ยินก็ตอบกลับว่า

“ท่านมาช้าเกินไป เราทานอาหารของโยมิโนะคุนิไปเสียแล้ว เท่ากับเราได้กลายเป็นพลเมืองหลังความตาย แต่เห็นแก่ที่ท่านอุตส่าห์มาถึงนี่ เราจะลองปรึกษาเทพของโยมิโนะคุนิดู ว่าจะให้เราสามารถกลับไปกับท่านได้หรือไม่ และระหว่างที่เราไปปรึกษา ห้ามท่านมองดูร่างของเราโดยเด็ดขาด”

อิซานากิได้ฟังดังนั้นจึงนิ่งรออยู่หน้าประตู

ทว่า แม้เวลาผ่านไปนานมากแล้ว อิซานามิก็ไม่กลับมาเสียที สุดท้าย อิซานากิที่ทนรอไม่ไหวจึงแง้มประตูออกและเดินเข้าไป

ภายในมืดสนิท อิซานากิจึงหักซี่หวีปักผมออกมาซี่หนึ่ง และจุดไฟที่ซี่หวีนั้น

ด้วยแสงนั้น อิซานากิเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ และมองเห็นร่างของอิซานิมิรางๆในที่สุด ทว่า นี่มันเรื่องอะไรกัน ทั่วร่างของอิซานามิกลับเต็มไปด้วยหนอนไช และมีปิศาจน่าขยะแขยงเกาะติดเต็มไปหมด ปิศาจที่เกาะบนร่างอิซานามิเหล่านั้นคือ โออิคาสึจิ (オオイカズチ) โฮโนอิคาสึจิ (ホノイカズチ) คุโระอิคาสึจิ (クロイカズチ) ซาคุอิคาสึจิ (サクイカズチ) วาคาอิคาสึจิ (ワカイカズチ) สึจิอิคาสึจิ (ツチイカズチ) นารุอิคาสึจิ (ナルイカズチ) และ ฟุชิอิคาสึจิ (フシイカズチ) ทั้งแปดตนนี้เรียกรวมได้ว่า “อิคาสึจิงามิ[3]” (イカズチガミ)

อิซานากิได้เห็นร่างของอิซานามิก็เกิดกลัวจนวิ่งหนีออกมา สวนอิซานามิที่รู้สึกตัวก็กล่าวว่า

“บังอาจมองร่างอัปลักษณ์ของเรา ให้เราต้องอับอายนักนะ” ว่าแล้วก็สั่งให้เหล่าปิศาจหญิงหน้าตาน่ากลัว “โยโมสึชิโคเมะ” (ヨモツシコメ) ไล่ตามอิซานากิไป

อิซานากิวิ่งหนีไปตามทางออกจากโยมิโนะคุนิอย่างไม่คิดชีวิต และเพื่อไล่ปิศาจหญิงที่ตามมาให้ถอยห่าง อิซานากิได้ถอดที่ประดับผมทรงกลมทำจากใบหญ้าออกและขว้างออกไป เครื่องประดับผมนั้นกลายเป็นผลองุ่นป่า เมื่อเหล่าปิศาจหญิงเห็นก็หยุดเก็บกิน อิซานากิจึงอาศัยโอกาสนั้นหนีห่างออกไป

เมื่อเหล่าปิศาจหญิงไล่ตามมาอีก อิซานากิก็หักซี่หวีปักผมออกและขว้างไปบนพื้น ทันใด หน่อไม้ก็งอกขึ้นมาจากพื้นดินนั้น เหล่าปิศาจหญิงก็หยุดเก็บกินอีกทำให้อิซานากิหนีห่างออกไปอีกครั้ง

คราวนี้ เหล่าอิคาสึจิงามิจึงคุมกองทัพออกไล่ตามอิซานากิ ส่วนอิซานากิ เมื่อหนีมาถึงตีนเนินที่เป็นเขตแดนระหว่างโยมิโนะคุนิกับโลกบนดิน[4]แล้วก็พบต้นท้อขึ้นอยู่ตรงนั้นพอดี และผลท้อเป็นผลไม้ที่มีพลังขับไล่สิ่งชั่วร้ายได้

อิซานากิจึงลิดผลท้อ[5]ออกมาสามลูก และขว้างไปยังทัพของเหล่าอิคาสึจิงามิที่ใกล้เข้ามา ทันใดนั้น ทั้งกองทัพก็กลัวจนตัวสั่น ก่อนจะรีบหนีกลับไปยังโยมิโนะคุนิทันที อิซานากิเห็นดังนั้นก็กล่าวขอบคุณผลท้อ และตั้งชื่อที่มีความหมายว่า “ผลไม้เทพ” ให้แก่ต้นท้อ

จากนั้น อิซานากิก็รีบปีนขึ้นเนิน ทว่าเมื่อมาได้ถึงกลางทางอิซานามิก็ตามมาถึงพอดี

อิซานากิจึงดึงเอาหินยักษ์[6]ที่ว่ากันว่าต้องใช้แรงคนเป็นพันถึงทำให้ขยับได้มาถมปิดเนินเสีย อิซานามิได้เห็นจึงกล่าวคำตัดสัมพันธ์ออกมา

อิซานามิที่โกรธเกรี้ยวกล่าวกับอิซานากิดังนี้

“ในเมื่อท่านทำเช่นนี้ เราก็จะสังหารคนบนโลกของท่านวันละหนึ่งพันคน”

“ถ้าเช่นนั้น เราก็จะสร้างคนวันละหนึ่งพันห้าร้อยคนให้ดู”

เทพชายซึ่งปกครองโลกบนดิน อิซานากิ กล่าวคำพูดชนะเทพแห่งโลกความตาย อิซานามิ ได้ นับแต่นั้น โลกนี้จึงมีคนเกิดมากกว่าคนตายทุกวัน

ด้วยเหตุนี้ เขตแดนของโลกแห่งความตายกับโลกของคนเป็นจึงแบ่งออกอย่างชัดเจน และอิซานามิก็กลายเป็นเทพของโลกแห่งความตายไปในที่สุด

เนินเขตแดนที่อิซานากิใช้หินถมปิดทางไปนั้น ว่ากันว่าคือเนินอิฟุยะซากะ (伊賦夜坂) ในดินแดนอิสึโมะ (出雲国) ปัจจุบันนี้เอง



[1] ชื่อเรียกโบราณของญี่ปุ่น ว่ากันว่าชื่อนี้เกิดจากการนับขอบเขตอำนาจปกครองของราชวงศ์ยามาโตะ (大和朝廷)

[2] ดินแดนของคนตาย ชื่อเรียกอื่น เช่น โยมิโนะคุนิ (夜見之国) เนะโนะคาตาสุคุนิ (根の堅州国= โลกใต้ดิน) และเนะโนะคุนิ (根国)

[3] เทพสายฟ้า

[4] เนินนี้มีชื่อว่า โยโมสึฮิราซากะ (黄泉比良坂)

[5] ชื่อของท้อคือ โอคามุสึมิโนะมิโคโตะ (オオカムヅミノミコト)

[6] เนื่องจากหินยักษ์นี้เป็นเครื่องไล่อิซานามิกลับไป จึงได้ชื่อว่า จิคาเอชิโนะโอคามิ (道反之大神)

---------------------------------------------------------------------

แปลจาก 国際理解にやくだつ世界の神話1 日本の神話.吉田敦彦.ポプラ社.2000年.หน้า10-15

Comment

Comment:

Tweet

ดูมีสาระมาก ไว้เดี๋ยวต้องลองแปลบ้างและ(จะพยายาม...)

#1 By ทานุขนฟู on 2010-10-06 19:57